สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย

Bird Conservation Society of Thailand; BCST

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (Bird Conservation Society of Thailand; BCST)
เป็นองค์กรอนุรักษ์ที่เก่าแก่ที่สุดองค์กรหนึ่งของประเทศไทย และเป็นองค์กรเครือข่ายประจำประเทศไทยของ BirdLife International
ภารกิจหลักของ BCST คือการเผยแพร่ข้อมูลและเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวนก
และธรรมชาติรอบตัว โดยมุ่งหวังให้คนในสังคมได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

พันธกิจ & วิสัยทัศน์

 

วิสัยทัศน์

เพื่อสร้างความยั่งยืนระหว่างนก ธรรมชาติ และมนุษย์

 

พันธกิจ

เรามุ่งเน้นเผยแพร่ความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของนก ถิ่นอาศัย และทรัพยากรธรรมชาติ แก่สังคม โดยการกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการ พัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย เช่น การดูนก การศึกษา และโครงการอนุรักษ์

 

วัตถุประสงค์

เพื่อเป็นไปตามเป้าหมายและวิสัยทัศน์ สมาคมฯ จึงได้กำหนดวัตถุประสงค์เหล่านี้

สนับสนุนและยกระดับการอนุรักษ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของนกที่มีความสำคัญในการอนุรักษ์ รวมถึงถิ่นอาศัยของนกเหล่านั้นในประเทศไทยและในระดับภูมิภาค

ขยายขอบเขตการเผยแพร่ข้อมูล ฐานสมาชิก นโยบาย และเครือข่ายทางธุรกิจเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ของสมาคมฯ

เป็นผู้นำองค์กร NGO ระดับประเทศ ที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาการอนุรักษ์นกและธรรมชาติในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประวัติความเป็นมา

สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (สนท.) หรือ Bird Conservation Society of Thailand (BCST) องค์กรพัฒนาเอกชนด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย มีจุดเริ่มต้นจากนิยมไพรสมาคม หรือ The Association for the Conservation of Wildlife (ACW) ก่อตั้งโดยนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล “บิดาแห่งการอนุรักษ์ธรรมชาติของประเทศไทย” เมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2496 โดยใช้สหการแพทย์หรือบ้านของท่าน ซอยเจริญกรุง 36 หรือตรอกโรงภาษี แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ณ ที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางการศึกษา ค้นคว้า สำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ สัตว์ป่าและป่าไม้แห่งแรกของประเทศไทย โดยนายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ อีกทั้งท่านยังได้เขียนภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับนกและสัตว์ป่า เผยแพร่ลงในวารสารวิทยาศาสตร์เป็นประจำตั้งแต่ พ.ศ. 2498

สมาคมฯ บริหารงานโดยคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิกสมาคมฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำและอาสาสมัครร่วมในการทำงานอนุรักษ์ เมื่อปี พ.ศ. 2539 สมาคมฯ ได้เข้าร่วมเป็นภาคีพันธมิตรกับ Birdlife International ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์ระดับโลก เพื่อร่วมมือกันทำงานอนุรักษ์นกและธรรมชาติให้ได้ผลมากขึ้น

อ่านประวัติเพิ่มเติม

ในปีพ.ศ.2505 ชาวต่างประเทศที่รักการดูนกและเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว ได้จัดตั้ง Bangkok Bird Club (BBC) โดยมีนายเอ็ดเวิด ซี ดิคคินสัน (Mr.E.C. Dickinson) เป็นเลขาธิการกิติมศักดิ์ เพื่อรวมกลุ่มนักดูนกทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น รวมทั้งนักปักษีวิทยาชาวไทยและต่างประเทศ ให้มาศึกษาเกี่ยวกับนกในประเทศไทยอย่างจริงจัง มีการออกไปดูนกตามสถานที่ต่าง ๆ ประชุมแลกเปลี่ยนข่าวสารเกี่ยวกับนกและการอนุรักษ์ธรรมชาติเป็นประจำ

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2519 นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุล ได้นำเอากิจกรรมการดูนกเป็นส่วนหนึ่งของนิยมไพรสมาคมและมีชื่อเรียก Bangkok Bird Club (BBC) เป็นภาษาไทยครั้งแรกว่า “กลุ่มชมนกกรุงเทพ” มีนายโจ พอลลี่ (Mr. Joe Pauly) นักดูนกชาวอเมริกันเป็นประธาน เริ่มมีข่าวสารเป็นภาษาอังกฤษออกทุกเดือน มีการประชุมครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2519 ที่สมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.ราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ โดยใช้ภาษาอังกฤษ มีการกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่สองของทุกเดือนเป็นวันประชุมสมาชิก พร้อมทั้งนำสมาชิกออกไปดูนกนอกสถานที่เป็นประจำ

เดือนมีนาคม พ.ศ. 2521 นายโจ พอลลี่ เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา นายแพทย์บุญส่ง เลขะกุลจึงอาสารับกลุ่มชมนกกรุงเทพ เข้ามาเป็นกิจกรรมหนึ่งของนิยมไพรสมาคมและรับเป็นประธาน โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มนก นิยมไพรสมาคม” มีรูปนกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie Robin) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนกที่ทุกคนเห็นได้ง่ายโดยทั่วไป มีเสียงร้องไพเราะและอยู่ใกล้เรามากที่สุด ตามปกติกลุ่มนก นิยมไพรสมาคมจะประชุมกันที่สหการแพทย์ แต่ต่อมาเห็นว่าภาระกิจมีมากขึ้น จึงออกไปจัดตั้งเป็นชมรมอิสระดำเนินกิจกรรมด้วยตนเอง ใช้ชื่อว่า “กลุ่มชมนกกรุงเทพ” โดยมีคุณวิรัช จันทรัศมี เป็นประธาน มีการจัดตั้งคณะกรรมการชมรมฯ ประกอบด้วยชาวไทยและชาวต่างประเทศ ต่อมาย้ายสถานที่ประชุมประจำเดือนไปที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ ขณะนั้นมีสมาชิกรุ่นใหม่เข้ามาร่วมกิจกรรมมากขึ้น

เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2527 หม่อมราชวงศ์ ปรัชญากร วรวรรณ (บิดาของหม่อมหลวง ปริญญากร วรวรรณ ช่างภาพสารคดีสัตว์ป่าอันดับหนึ่งของไทย) รักษาการณ์ตำแหน่งประธานสืบต่อมา ได้มีการย้ายที่ประชุมประจำเดือนมาที่ตึกแถบ นิละนิธิ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ โดยใช้ภาษาไทยในการประชุม

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2529 ทางชมรมได้จัดทำวารสารทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก พร้อมทั้งเปลี่ยนโลโก้เดิมที่เป็นรูปนกกางเขนบ้านรูปร่างค่อนข้างอ้วน ให้กลายเป็นรูปนกที่มีรูปร่างเพรียวสวยงามซึ่งยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยมี ม.ล. ปริญญากร วรวรรณ และ ดร. ฟิลิป ดี. ราวด์ ร่วมกันเป็นบรรณาธิการวารสาร

ในขณะนั้นสมาชิกส่วนใหญ่เป็นชาวไทย จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการชั่วคราวและเปลี่ยนชื่อเป็น ชมรมดูนกกรุงเทพ โดยมีคุณกมล โกมลผลิน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานชมรมคนแรก ทางชมรมมีการจัดประชุมคณะกรรมการ จัดทำวารสาร และจัดกิจกรรมทัศนศึกษาดูนกเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งในช่วงนี้มีสมาชิกประมาณ 1,000 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ คณะกรรมการจึงได้กำหนดระเบียบและข้อบังคับเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานและการบริหารจัดการเพื่อให้งานรุดหน้าต่อไปในอนาคต โดยมี นพ. บุญส่ง เลขะกุล คอยมีส่วนร่วมในกิจกรรมเหล่านี้มาโดยตลอด

ต่อมา ชมรมดูนกกรุงเทพได้ขยายขอบเขตการดำเนินกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการทำงานในระดับทางการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และเมื่อได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังกับการอนุรักษ์ธรรมชาติทั่วประเทศไทย สมาชิกจึงมีมติเห็นชอบให้ยกระดับชมรมขึ้นเป็น สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) โดยได้จดทะเบียนเป็นองค์กรนิติบุคคลเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 และมีคุณสุธี ศุภรัฐวิกร ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมคนแรก

 

คุณสุธี ศุภรัฐวิกร (ขวา) ขณะรับเงินบริจาคจากคุณทิพวรรณ ตันติธาดาพิทักษ์ (ซ้าย)

 

 

ภาพถ่ายกลุ่มร่วมกับพระเทพวิสุทธิเวที

 

ในปัจจุบัน สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) ยังคงดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างเข้มแข็งทั่วประเทศไทย โดยมีวิสัยทัศน์หลักคือการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างนก ธรรมชาติ และมนุษย์อย่างยั่งยืน สมาคมฯ มุ่งมั่นที่จะทำให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของนก ถิ่นที่อยู่อาศัย และทรัพยากรธรรมชาติผ่านวิธีการต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

กิจกรรมต่าง ๆ ที่สมาคมฯ ดำเนินการ ประกอบด้วย การดูนก การให้การศึกษา และการอนุรักษ์ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ

 

BCST ร่วมกับคุณโซไรดา ซาลวาลา (กลาง) จากมูลนิธิเพื่อนช้าง

 

คุณสันทนา ปลื้มชูศักดิ์ (ซ้าย) กับคุณมงคล วงศ์กาฬสินธุ์ (ขวา)

 

อาสาสมัครช่วยงานในพิธีเปิด

ที่มาของตราสัญลักษณ์


นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 เมื่อครั้งสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทยยังเป็น “ชมรมดูนกกรุงเทพ” ได้มีการใช้ นกกางเขนบ้าน (Oriental Magpie Robin; Copsychus saularis) เป็นตราสัญลักษณ์ประจำชมรม และยังคงสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากนกกางเขนบ้านเป็นที่พบเห็นได้บ่อยทั่วไปในเมืองไทย แม้แต่ในกรุงเทพมหานครฯ อีกทั้งยังเป็นนกที่มีสีสันและลวดลายโดดเด่น เพศผู้มีลำตัวสีขาวดำ สังเกตได้ง่าย และยังมีเสียงร้องเป็นทำนองไพเราะ จึงเป็นหนึ่งในนกที่คนไทยคุ้นเคยกันดีที่สุด

ความสำเร็จที่ผ่านมา

2544 จัดเทศกาลดูนกเมืองไทยขึ้นเป็นครั้งแรก จากนั้นกิจกรรมนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในงานสำคัญของสมาคมฯ จนถึงปัจจุบัน

2546 เริ่มต้นได้รับความสนับสนุนจาก RSPB (Royal Society for the Protection of Birds) เพื่อดำเนินงานอนุรักษ์นกแต้วแล้วท้องดำ

2547 สมาคมฯ ตีพิมพ์ข้อมูลพื้นที่สำคัญเพื่อการอนุรักษ์นกในเมืองไทย (Directory of Important Bird Areas in Thailand) โดยครอบคลุมทั้งหมด 62 พื้นที่ทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของ BirdLife International

2550 สมาคมฯ และ RSPB สนับสนุนการประกาศพื้นที่ชุ่มน้ำในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่อนุรักษ์

2551 สมาคมฯ เริ่มต้นดำเนินงานกับชุมชนท้องถิ่นในพื้นที่อ่าวไทยตอนใน

2553 สมาคมฯ เข้าร่วมคณะอนุกรรมการการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อร่วมเสนอแนวทางการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำ

2555 ตีพิมพ์ผลการศึกษาความเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่รอบอ่าวไทยตอนใน นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อนกชายเลนอพยพ

2555 สมาคมฯ เป็นผู้จัดงาน Asian Bird Fair

2557 สมาคมฯ เป็นผู้จัดการประชุมองค์กรเครือข่ายของ BirdLife ในเอเชีย

2559 สนับสนุนชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขามในการยับยั้งการสร้างโซลาร์ฟาร์ม ในพื้นที่นาเกลือซึ่งนกชายเลนปากช้อนและนกชายเลนจำนวนมากใช้เป็นแหล่งอาศัย

2560 ได้รับรางวัลองค์กรที่ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน สาขาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2560 คัดเลือกโดยคณะอนุกรรมการสรรหาและเชิดชูเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน

2561 ลงบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อดำเนินงานด้านการอนุรักษ์นกกระเรียนพันธุ์ไทยในจังหวัดบุรีรัมย์

BirdLife Partner

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2539 สมาคมฯ ได้เข้าเป็นพันธมิตรหลักของ BirdLife International โดยถือเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ และในปัจจุบันเป็นหนึ่งในสิบหกพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย

BCST เป็นพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยของ BirdLife International ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านการอนุรักษ์ที่มีสมาชิกมากกว่า 2.5 ล้านคน

คณะกรรมการชุดปัจจุบัน

ดร. เพชร มโนปวิตร
Dr. Petch Manopawitr

นายกสมาคม
President of the Association

ผศ. ดร. เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง
Dr. Khemthong Tonsakulrungruang

กรรมการ
Committee

ผศ. ดร. ปิยะกาญจน์ เที้ยธิทรัพย์
Dr. Piyakarn Teartisup

กรรมการ
Committee

แนนซี่ ลินน์
Nancy Lynne

กรรมการ
Committee

ดร. ณัฏฐกฤษฏิ์ เอกวรรณัง
Dr. Nuttakrit Eakwannang

กรรมการ
Committee

ดร.นนน์ ผานิตวงศ์
Dr. Nonn Panitvong

กรรมการ
Committee

อายุวัต เจียรวัฒนกนก
Ayuwat Jearwattanakanok

กรรมการ
Committee

ทีมงาน

ชื่อ : ขวัญข้าว สิงหเสนี

ตำแหน่ง : ผู้อำนวยการ

ชื่อ : วัชวีร์ ศรีประเสริฐศิลป์

ตำแหน่ง : ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ

ชื่อ : ศศิธัญ เรืองสิริธัญญกุล

ตำแหน่ง : ผู้จัดการสำนักงาน

ชื่อ : ภิญญลักษณ์ ศตชัยวิสิทธิ์

ตำแหน่ง : นักนิเวศวิทยา

ชื่อ : ธัญธิชา สุรศักดิ์โสภา

ตำแหน่ง : ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร

ชื่อ : ภาณุมาศ พึ่งพันธ์

ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กร

ชื่อ : นิยม ทองเหมือน

ตำแหน่ง : ผู้จัดการพื้นที่ปากทะเล

ชื่อ : เต้ย ขันทอง

ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่ภาคสนาม (ภาคใต้)

Scroll to Top